บทความพื้นฐาน

ลงทุนอสังหาปล่อยเช่า เริ่มยังไงไม่ขาดทุน ฉบับมือใหม่

กลัวซื้ออสังหามาปล่อยเช่าแล้วขาดทุนใช่ไหม ทีมที่ลงเงินกับที่พักตัวเองพาคิดผลตอบแทนสุทธิ ไล่ต้นทุนแฝงที่คนขายไม่บอก เทียบปล่อยรายวันกับรายเดือน หาจุดคุ้มทุน

ทีมงาน Prime Host Partners22 มิ.ย. 2569 · อ่าน 13 นาที

กลัวซื้ออสังหามาปล่อยเช่าแล้วขาดทุนใช่ไหม ทีมที่ลงเงินกับที่พักตัวเองพาคิดผลตอบแทนสุทธิ ไล่ต้นทุนแฝงที่คนขายไม่บอก เทียบปล่อยรายวันกับรายเดือน หาจุดคุ้มทุน

ถ้าอยากเอาเงินเก็บก้อนหนึ่งไปลงทุนอสังหาปล่อยเช่า เริ่มยังไงไม่ขาดทุน ดี? คำถามนี้คนทักมาถามเราบ่อยขึ้นเรื่อยๆ เพราะเห็นคนรอบตัวซื้อห้องซื้อบ้านมาปล่อยแล้วดูสบาย เงินไหลเข้าทุกเดือน แต่พอถามกลับว่าคำนวณตัวเลขไว้แค่ไหน ส่วนใหญ่ตอบได้แค่ราคาห้องกับค่าเช่าที่คิดว่าจะได้ ทั้งที่จุดที่ทำให้คนขาดทุนจริงๆ มันไม่ได้อยู่ตรงสองตัวเลขนั้นเลย

เราดูแลที่พักของตัวเองอยู่ 6 แห่ง ลงเงินไปกับอสังหารวมกันหลักล้าน เลยผ่านทั้งห้องที่กำไรงอกเงยและห้องที่เกือบจมมาแล้ว สิ่งที่อยากเล่าในบทความนี้ไม่ใช่การชวนซื้อหรือเชียร์ให้รีบลงทุน แต่เป็นวิธีคิดเรื่องตัวเลขก่อนควักเงิน ที่ทำให้คนสองคนซื้อห้องราคาเท่ากัน คนหนึ่งกำไร อีกคนขาดทุน ทั้งที่ห้องแทบไม่ต่างกันเลย

การลงทุนอสังหาปล่อยเช่าให้ไม่ขาดทุน เริ่มจากคำนวณผลตอบแทนสุทธิจริง ไม่ใช่ดูแค่ค่าเช่าลบราคาห้อง ต้องหักต้นทุนแฝงทุกบาททั้งค่าส่วนกลาง ค่าซ่อม ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม ภาษี และช่วงห้องว่าง แล้วเลือกรูปแบบปล่อยเช่าให้เหมาะกับทำเล รายเดือนนิ่งกว่า รายวันผลตอบแทนสูงกว่าแต่ผันผวน จุดที่คนพลาดบ่อยคือประเมินรายได้สูงเกินจริงและลืมคิดเดือนที่ห้องว่าง

ลงทุนอสังหาปล่อยเช่า เริ่มยังไงไม่ขาดทุน ต้องเริ่มจากตัวเลขผลตอบแทนสุทธิ

คนที่เพิ่งเริ่มสนใจอสังหาเกือบทุกคนคิดเลขแบบเดียวกัน คือเอาค่าเช่าต่อเดือนคูณสิบสอง แล้วเทียบกับเงินที่จ่ายไป เห็นตัวเลขสวยก็ตัดสินใจซื้อ ปัญหาคือวิธีนี้มองแค่รายได้ขั้นต้น ไม่ใช่กำไรที่เหลือเข้ากระเป๋าจริง และนี่คือจุดเริ่มต้นของการขาดทุนที่คนไม่ทันรู้ตัว

ตัวเลขที่ต้องดูคือผลตอบแทนสุทธิ หรือที่นักลงทุนเรียกว่า ROI ซึ่งย่อมาจาก Return on Investment คือผลตอบแทนเทียบกับเงินที่ลงไปจริง วิธีคิดง่ายๆ คือเอารายได้ค่าเช่าทั้งปี ลบค่าใช้จ่ายทั้งปีให้ครบทุกรายการก่อน แล้วค่อยเอาส่วนที่เหลือไปหารด้วยเงินลงทุนทั้งหมด ผลที่ได้เป็นเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้ต่างหากที่บอกว่าเงินก้อนนี้งอกเงยจริงหรือแค่ดูเหมือนงอก

ลองดูตัวอย่างห้องราคาประมาณ 2 ล้านบาทที่ปล่อยเช่ารายเดือน เพื่อให้เห็นว่าตัวเลขขั้นต้นกับตัวเลขสุทธิมันห่างกันแค่ไหน

รายการตัวเลขต่อปี (บาท)
ค่าเช่าขั้นต้น (15,000 × 12)180,000
หัก ค่าส่วนกลาง + ภาษีโรงเรือน-25,000
หัก ซ่อมบำรุง + เปลี่ยนของชำรุด-20,000
หัก ช่วงห้องว่าง 1.5 เดือน/ปี-22,500
หัก ภาษีเงินได้ค่าเช่าโดยประมาณ-12,000
เหลือกำไรสุทธิจริง100,500

จากตัวอย่างจะเห็นว่ารายได้ขั้นต้น 180,000 บาท เหลือกำไรสุทธิราว 100,500 บาท คิดเป็น ROI ประมาณ 5% ต่อปีจากเงินลงทุน 2 ล้าน ซึ่งยังไม่ขาดทุน แต่ก็ห่างจากเลข 9% ที่หลายคนคำนวณตอนแรกจากค่าเช่าล้วนๆ พอสมควร ความต่างตรงนี้แหละที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างคนที่ลงทุนแล้วรอด กับคนที่เผลอซื้อห้องที่ตัวเลขสุทธิติดลบโดยไม่รู้ตัว

ต้นทุนแฝงที่คนขายไม่เคยบอก ทำให้กำไรหายไปทีละนิด

ถ้าถามว่าอะไรทำให้คนขาดทุนมากที่สุด คำตอบไม่ใช่การซื้อแพง แต่คือการลืมคิดต้นทุนแฝง เพราะคนขายห้องหรือเซลส์โครงการมีหน้าที่ทำให้ตัวเลขดูดี เขาจะพูดถึงค่าเช่าที่คาดว่าจะได้ แต่ไม่ค่อยมีใครนั่งไล่ให้ฟังว่าเงินจะรั่วออกทางไหนบ้างหลังจากเราเป็นเจ้าของแล้ว

เจ้าของที่พักตรวจงานซ่อมห้องเช่ากับช่าง สะท้อนต้นทุนแฝงที่ทำให้กำไรหายไป
เราชี้ให้เห็นต้นทุนแฝงอย่างค่าซ่อมบำรุง ที่คนขายมักไม่เคยบอกล่วงหน้า

จากที่เราทำมาจริง ต้นทุนแฝงที่กินกำไรเงียบๆ มีอยู่ไม่กี่กลุ่ม แต่รวมกันแล้วหนัก กลุ่มแรกคือค่าใช้จ่ายประจำที่จ่ายไม่ว่าห้องจะมีคนเช่าหรือไม่ เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าประกัน และดอกเบี้ยถ้ากู้มาซื้อ กลุ่มที่สองคือค่าดูแลสภาพห้อง ทั้งซ่อมแอร์ เปลี่ยนเครื่องทำน้ำอุ่น ทาสีใหม่เมื่อผู้เช่าย้ายออก ของพวกนี้ไม่ได้เกิดทุกเดือนแต่พอเกิดทีกินเงินเป็นหมื่น กลุ่มที่สามคือต้นทุนที่มากับการทำเป็นธุรกิจ ทั้งภาษีเงินได้จากค่าเช่า และค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์มถ้าปล่อยรายวันผ่านช่องทางออนไลน์

เรื่องค่าคอมมิชชั่นนี้คนมองข้ามบ่อยมาก ที่พักที่ขายผ่าน OTA หรือตัวแทนขายที่พักออนไลน์อย่าง Booking และ Agoda ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นเป็นค่าตอบแทนทุกครั้งที่มีการจอง ใครที่จะปล่อยรายวันควรศึกษาโครงสร้างค่าคอมมิชชั่นและเงื่อนไขให้เข้าใจก่อน รายละเอียดอ่านได้จากศูนย์ช่วยเหลือพาร์ตเนอร์ของ Booking.com ซึ่งอธิบายวิธีคิดค่าตอบแทนและเงื่อนไขของแต่ละโปรแกรมไว้ครบ

ลองคิดเป็นตัวเลขให้เห็นภาพ ในไทยค่าคอมมิชชั่นมาตรฐานของแพลตฟอร์มจองที่พักมักอยู่ที่ราว 15 เปอร์เซ็นต์ของยอดจอง ถ้าห้องหนึ่งปล่อยรายวันแล้วทำรายได้เดือนละราว 30,000 บาท นั่นเท่ากับมีเงินราว 4,500 บาทต่อเดือนที่หายไปเป็นค่าคอมมิชชั่นก่อนเราจะได้จับ ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตอีกเล็กน้อย ตัวเลขนี้ดูไม่เยอะต่อเดือน แต่พอคูณทั้งปีก็กลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่ต้องคิดเข้าไปในผลตอบแทนตั้งแต่ต้น

วิธีที่เราใช้กันลืมคือทำตารางต้นทุนแฝงแยกเป็นรายปีไว้ตั้งแต่ก่อนซื้อ เขียนทุกอย่างที่นึกออกลงไป แล้วบวกเผื่อความเสี่ยงอีกสัก 10 เปอร์เซ็นต์ สำหรับเรื่องที่คาดไม่ถึง พอมีตัวเลขชุดนี้ในมือ เราจะตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อได้บนความจริง ไม่ใช่บนความหวัง

พอเริ่มขายหลายช่องทาง
งานที่บทความนี้พูดถึงจะทวีคูณตามจำนวนช่องทางที่เปิด — ปฏิทินเดียวที่คุมทุกช่องคือสิ่งที่ทำให้ห้องไม่ชนกันและราคาไม่หลุด

ปล่อยเช่ารายวัน vs รายเดือน เลือกแบบไหนให้เข้ากับทำเลและความเสี่ยงที่รับได้

พอเริ่มเห็นภาพต้นทุนแล้ว คำถามต่อมาคือควรปล่อยเช่ารายวันหรือรายเดือน สองแบบนี้ให้ผลตอบแทนและความเหนื่อยต่างกันคนละเรื่อง และไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน มันขึ้นกับทำเลของห้องและเวลาที่เรามีให้

เจ้าของจัดห้องต้อนรับแขกพักรายวัน สะท้อนการเลือกปล่อยเช่ารายวันหรือรายเดือนตามทำเล
เราช่วยพิจารณาว่าทำเลและความเสี่ยงของคุณ เหมาะกับปล่อยเช่ารายวันหรือรายเดือน

ปล่อยรายเดือนคือความนิ่ง เซ็นสัญญาทีอยู่ยาวหลายเดือน ดูแลน้อย ความเสี่ยงห้องว่างต่ำ แต่ผลตอบแทนต่อปีมักจะตันอยู่ในกรอบหนึ่ง ส่วนปล่อยรายวันบนแพลตฟอร์มอย่าง Airbnb ผลตอบแทนต่อคืนสูงกว่าหลายเท่า แต่แลกมาด้วยงานที่มากกว่า ทั้งทำความสะอาดทุกรอบเข้าออก ตอบแชทแขก จัดการรีวิว และต้องลุ้นว่าเดือนนั้นจะมีคนจองเต็มไหม ลองเทียบสองทางให้เห็นชัดในตารางนี้

ปัจจัยปล่อยรายเดือนปล่อยรายวัน (Airbnb)
ผลตอบแทนต่อปีนิ่งกว่า แต่เพดานต่ำสูงกว่าได้มาก ถ้าจองเต็ม
ความเสี่ยงห้องว่างต่ำ สัญญายาวสูง ขึ้นกับฤดูและอันดับ
งานดูแลต่อเดือนน้อยมาก ทุกรอบเข้าออก
ต้นทุนแฝงหลักค่าซ่อมตอนเปลี่ยนผู้เช่าค่าคอมมิชชั่น + ทำความสะอาด
เหมาะกับทำเลใกล้ออฟฟิศ มหาวิทยาลัยแหล่งท่องเที่ยว ใจกลางเมือง

กุญแจอยู่ที่ดีมานด์ของทำเล ห้องที่อยู่ใกล้แหล่งงานหรือสถานศึกษามักเหมาะกับรายเดือน เพราะมีคนต้องการที่อยู่ประจำ ส่วนห้องที่อยู่ในย่านท่องเที่ยวหรือใจกลางเมืองที่คนแวะมาพักสั้นๆ จะดึงศักยภาพรายวันออกมาได้เต็มกว่า ตามข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ความต้องการที่พักระยะสั้นกระจุกตัวหนาแน่นในเมืองท่องเที่ยวหลักและช่วงไฮซีซัน ซึ่งเป็นจังหวะที่การปล่อยรายวันทำเงินได้มากที่สุด แต่ก็แปลว่าช่วงโลว์ซีซันห้องอาจว่างนานกว่าที่คิด ต้องเผื่อใจและเผื่อตัวเลขไว้ด้วย

สิ่งที่เราอยากเตือนคือ อย่าเลือกรายวันเพราะเห็นตัวเลขผลตอบแทนต่อคืนสูงอย่างเดียว เพราะตัวเลขนั้นจะจริงก็ต่อเมื่อห้องมีคนจองสม่ำเสมอ ถ้าลิสติ้งไม่ติดอันดับในหน้าค้นหา ห้องสวยแค่ไหนก็ขายไม่ออก หลายคนที่เปลี่ยนจากรายเดือนมารายวันแล้วรายได้ตกลง มักไม่ได้แพ้เพราะห้องไม่ดี แต่แพ้เพราะแขกหาห้องไม่เจอตั้งแต่แรก เรื่องการทำให้ห้องถูกค้นเจอ เราลงรายละเอียดไว้ในโมดูลวางตำแหน่งลิสติ้ง ว่าจะทำให้ห้องโผล่ในหน้าค้นหาได้อย่างไรโดยไม่ต้องหั่นราคา

คำนวณจุดคุ้มทุนก่อนซื้อ คือเกราะกันขาดทุนที่ทำได้จริงตั้งแต่วันแรก

คำว่าไม่ขาดทุนไม่ใช่แค่ความรู้สึกว่าน่าจะรอด แต่เป็นตัวเลขที่คำนวณได้ตั้งแต่ก่อนซื้อ จุดที่ต้องรู้คืออัตราการเข้าพักขั้นต่ำที่ทำให้รายได้พอจ่ายต้นทุนทั้งหมด นักลงทุนเรียกจุดนี้ว่าจุดคุ้มทุน ถ้าเรารู้ตัวเลขนี้ก่อน เราจะตอบตัวเองได้ทันทีว่าห้องนี้มีโอกาสรอดแค่ไหน

วิธีคิดคือเอาต้นทุนคงที่ต่อเดือนทั้งหมด ทั้งค่าผ่อน ค่าส่วนกลาง ค่าประกัน มาตั้ง แล้วดูว่าต้องมีคนเช่ากี่คืนหรือกี่เดือนถึงจะครอบคลุมต้นทุนนั้น สมมติห้องรายวันมีต้นทุนคงที่เดือนละ 12,000 บาท ตั้งราคาคืนละ 1,000 บาท เท่ากับต้องขายให้ได้อย่างน้อย 12 คืนต่อเดือน หรืออัตราการเข้าพักราว 40% ถึงจะไม่ขาดทุน คืนที่ 13 เป็นต้นไปจึงจะเริ่มเป็นกำไรจริง พอเห็นเลขนี้ เราจะประเมินได้ว่าทำเลนี้มีโอกาสขายเกิน 40% ทุกเดือนไหม ถ้าไม่มั่นใจ นั่นคือสัญญาณให้คิดให้รอบคอบขึ้น

เราแนะนำให้ทำสามสถานการณ์เสมอก่อนตัดสินใจ คือสถานการณ์ดี กลาง และแย่ ลองกดตัวเลขรายได้ในกรณีแย่ที่สุดที่อาจเกิดขึ้น เช่น เข้าพักแค่ 30% ทั้งปี แล้วดูว่าเรายังจ่ายต้นทุนไหวไหม ถ้าในกรณีแย่สุดยังพอเอาตัวรอดได้ การลงทุนครั้งนี้ก็มีเกราะกันขาดทุนที่ดีพอ แต่ถ้าต้องให้ทุกอย่างเป๊ะเพอร์เฟกต์ถึงจะรอด แปลว่าความเสี่ยงสูงเกินไป

ลงทุนห้องแรกตอนยังไม่มีประสบการณ์ ควรเริ่มอย่างไรให้ปลอดภัย

สำหรับคนที่กำลังจะลงทุนอสังหาห้องแรกและยังไม่เคยปล่อยเช่ามาก่อน คำแนะนำของเราคืออย่าเพิ่งทุ่มสุดตัว เริ่มจากของที่ความเสี่ยงต่ำและเรียนรู้ได้เร็วก่อน เพราะค่าเล่าเรียนของการลงทุนผิดในรอบแรกมันแพง และเราอยากให้บทเรียนแรกของคุณมีราคาที่รับไหว

เจ้าของมือใหม่ปรึกษารุ่นพี่ก่อนลงทุนห้องแรก เริ่มอย่างปลอดภัยไม่ขาดทุน
เราอยู่เคียงข้างมือใหม่ตั้งแต่ห้องแรก ให้เริ่มลงทุนได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

ในทางปฏิบัติ การเริ่มจากห้องในทำเลที่มีดีมานด์ชัดเจน ขนาดไม่ใหญ่ ราคาไม่สูงเกินตัว ปลอดภัยกว่าการกระโดดไปซื้อห้องหรูที่ค่าผ่อนหนักตั้งแต่เดือนแรก เพราะถ้ารายได้ไม่เป็นไปตามคาด ห้องราคาย่อมเยาทำให้เรายังพอหายใจได้ ส่วนการเลือกระหว่างปล่อยรายเดือนหรือรายวันในรอบแรก เราแนะนำให้เริ่มจากแบบที่เข้ากับทำเลและเวลาว่างที่เรามี ไม่ใช่แบบที่ตัวเลขบนกระดาษสวยที่สุด

และถ้าเลือกปล่อยรายวันตั้งแต่ห้องแรก สิ่งที่ต้องโฟกัสไม่แพ้การคุมต้นทุนคือทำให้ลิสติ้งถูกค้นเจอ เพราะต่อให้คำนวณ ROI มาดีแค่ไหน ถ้าห้องไม่ติดอันดับในหน้าค้นหา รายได้จริงก็ไม่มีทางเข้าใกล้ตัวเลขที่วางไว้ เรื่องการดันอันดับให้ลิสติ้งมีคนเห็นและมีคนจอง เรารวบรวมวิธีไว้ในคู่มือดันอันดับ Airbnb ที่ช่วยให้ห้องใหม่ที่ยังไม่มีรีวิวมีโอกาสถูกเห็นมากขึ้น ลองอ่านควบคู่ไปกับการวางแผนตัวเลข จะช่วยให้ภาพการลงทุนครบทั้งสองด้าน คือทั้งคุมเงินที่จ่ายออกและดันเงินที่ไหลเข้า

หมายเหตุ ตัวเลขและช่วงผลตอบแทนในบทความนี้เป็นเพียงแนวทางจากประสบการณ์ดูแลที่พักหลายแห่ง ไม่ได้อ้างอิงทรัพย์สินใดทรัพย์สินหนึ่งเป็นการเฉพาะ ผลตอบแทนจริงขึ้นอยู่กับทำเล ฤดูกาล ภาวะตลาด และเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม เรื่องภาษีและการจดทะเบียนที่พักให้ถูกต้องควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีหรือกฎหมายประกอบ และควรตรวจสอบราคาตลาดกับข้อมูลล่าสุดของทำเลที่คุณสนใจก่อนตัดสินใจลงทุนจริง อัปเดตล่าสุดมิถุนายน 2026

คำถามที่พบบ่อย
ลงทุนอสังหาปล่อยเช่าเริ่มต้นใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะไม่ขาดทุน
ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นกับทำเลและราคาห้อง สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนเงินคือการคำนวณผลตอบแทนสุทธิให้ครบทุกต้นทุนก่อนซื้อ และเผื่อเงินสำรองไว้สำหรับช่วงห้องว่างกับค่าซ่อมที่คาดไม่ถึง อย่างน้อยสามถึงหกเดือนของค่าใช้จ่ายประจำ
ปล่อยเช่ารายวันกับรายเดือน แบบไหนได้กำไรมากกว่ากัน
ปล่อยรายวันมีโอกาสได้ผลตอบแทนต่อปีสูงกว่าหากห้องมีคนจองสม่ำเสมอ แต่ความเสี่ยงห้องว่างและงานดูแลก็มากกว่า ส่วนรายเดือนนิ่งกว่าและดูแลน้อยกว่าแต่เพดานผลตอบแทนต่ำกว่า ทำเลคือตัวตัดสินว่าแบบไหนเหมาะกับห้องของคุณ
ROI ค่าเช่าที่ดีควรอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์
ผลตอบแทนสุทธิจากค่าเช่าในไทยที่ถือว่าพอไปได้มักอยู่ในช่วงราว 4 ถึง 7 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตัวเลขนี้ต้องคิดหลังหักต้นทุนแฝงทุกอย่างแล้ว ไม่ใช่ค่าเช่าล้วน ถ้าคำนวณสุทธิแล้วต่ำกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ ควรทบทวนว่าคุ้มกับความเสี่ยงและแรงที่ลงไปหรือไม่
ต้นทุนแฝงอะไรบ้างที่คนลงทุนอสังหามักลืมคิด
ที่เจอบ่อยคือค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมบำรุงตอนเปลี่ยนผู้เช่า ภาษีเงินได้จากค่าเช่า ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์มราว 15 เปอร์เซ็นต์ถ้าปล่อยรายวัน และช่วงห้องว่างที่ไม่มีรายได้แต่ต้นทุนคงที่ยังเดินอยู่ รวมกันแล้วทำให้กำไรจริงต่ำกว่าที่คำนวณตอนแรกพอสมควร
อยากเห็นระบบที่ว่าทั้งหมดนี้ของจริง
ลองเดินดูระบบจริงในโหมดอ่านอย่างเดียว ไม่ต้องกรอกอะไรทั้งนั้น

อ่านต่อ

© 2026 Prime Host Partners
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขการให้บริการ