บทความกฎหมาย·ใบอนุญาต

ใบอนุญาตโรงแรม 2026 ใครต้องมี ขอที่ไหน จ่ายเท่าไหร่

ใบอนุญาตโรงแรมต้องมีไหม ที่พักแบบไหนเข้าข่าย ขั้นตอนขอ เอกสาร ค่าธรรมเนียม 10,000-40,000 บาท เสี่ยงอะไรถ้าไม่มี เล่าครบจากเจ้าของที่พักจริงที่ผ่านมาเอง

ทีมงาน Prime Host Partners8 ก.ค. 2569 · อ่าน 13 นาที

ใบอนุญาตโรงแรมต้องมีไหม ที่พักแบบไหนเข้าข่าย ขั้นตอนขอ เอกสาร ค่าธรรมเนียม 10,000-40,000 บาท เสี่ยงอะไรถ้าไม่มี เล่าครบจากเจ้าของที่พักจริงที่ผ่านมาเอง

มีใบอนุญาตโรงแรมไหม? คำถามสั้นๆ จากเจ้าหน้าที่อำเภอที่เดินเข้ามาในที่พัก ทำให้เจ้าของที่พักจำนวนมากเพิ่งรู้ว่าคำว่าโรงแรมในกฎหมายไทยกว้างกว่าที่คิดมาก บ้านพักไม่กี่ห้องที่เปิดรับแขกรายวันก็อาจเข้าข่ายเต็มๆ

เราเจอคำถามแบบนี้บ่อยมาก เพราะทีมเราดูแลที่พักจริง 6 แห่งที่ปาย และผ่านเรื่องเอกสารราชการพวกนี้มากับมือ เลยอยากเล่าให้ฟังแบบไม่ต้องแปลภาษากฎหมายเองว่า ใบอนุญาตโรงแรมคืออะไร ที่พักแบบไหนต้องมี ขั้นตอนการขอใบอนุญาตโรงแรมทำยังไง ใช้เอกสารอะไร จ่ายเท่าไหร่ และถ้าไม่มีจะเสี่ยงอะไรบ้าง อ่านจบแล้วคุณจะรู้ทันทีว่าที่พักของตัวเองต้องเดินเส้นทางไหน

ที่พักที่เปิดรับแขกรายวันแบบคิดเงิน เข้าข่ายโรงแรมตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม ค่าธรรมเนียม 10,000-40,000 บาทตามประเภท อายุ 5 ปี ยกเว้นที่พักไม่เกิน 8 ห้องและรับแขกไม่เกิน 30 คน ใช้วิธีแจ้งเป็นสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมแทนได้

ที่พักแบบไหนนับเป็นโรงแรมตามกฎหมาย

หลายคนคิดว่าโรงแรมต้องเป็นตึกใหญ่มีล็อบบี้มีลิฟต์ แต่กฎหมายไม่ได้มองแบบนั้นเลย พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 4 นิยามคำว่าโรงแรมไว้กว้างมาก คือสถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นเพื่อธุรกิจ ให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทาง โดยมีค่าตอบแทน แปลเป็นภาษาคนคือ ถ้าคุณเปิดที่พักรับแขกรายวันหรือรายสัปดาห์แล้วเก็บเงิน ไม่ว่าจะเรียกตัวเองว่ารีสอร์ท เกสต์เฮาส์ โฮมสเตย์ วิลล่า หรือบังกะโล กฎหมายมองว่าคุณทำธุรกิจโรงแรมทั้งหมด

แต่กฎหมายก็เขียนข้อยกเว้นไว้ชัดเจนเหมือนกัน ที่พักที่ไม่นับเป็นโรงแรมมี 3 กลุ่มหลัก

  • ที่พักที่คิดค่าบริการเป็นรายเดือนขึ้นไป เช่น อพาร์ตเมนต์ หอพัก บ้านเช่ารายเดือน กลุ่มนี้ไม่เข้าข่ายโรงแรมเลย
  • ที่พักของหน่วยงานรัฐหรือเพื่อการกุศล การศึกษา ที่ไม่ได้หากำไร
  • สถานที่พักขนาดเล็กตามกฎกระทรวง ปัจจุบันคือห้องพักรวมกันไม่เกิน 8 ห้อง และรับผู้พักรวมกันไม่เกิน 30 คน กลุ่มนี้ไม่ต้องขอใบอนุญาตโรงแรม แต่ต้องไปแจ้งนายทะเบียนเป็นสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมแทน

จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือคิดว่าที่พักเล็กๆ ไม่กี่หลังไม่เกี่ยวกับกฎหมายนี้ ความจริงคือเกี่ยวเต็มๆ แค่เส้นทางเอกสารต่างกัน ที่พักเล็กเดินเส้นแจ้ง ที่พักใหญ่เดินเส้นขอใบอนุญาต แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยแล้วรับแขกรายวัน ผิดกฎหมายทั้งคู่

โรงแรม 4 ประเภท ต่างกันตรงไหน จ่ายไม่เท่ากัน

กฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2551 และฉบับแก้ไขปี 2566 แบ่งโรงแรมออกเป็น 4 ประเภทตามบริการที่มี ซึ่งส่งผลตรงกับค่าธรรมเนียมและมาตรฐานอาคารที่ต้องผ่าน

  • ประเภท 1 มีเฉพาะห้องพัก ไม่มีบริการอื่น เหมาะกับเกสต์เฮาส์และที่พักเล็กส่วนใหญ่
  • ประเภท 2 มีห้องพักและห้องอาหาร หรือสถานที่สำหรับให้บริการอาหาร
  • ประเภท 3 มีห้องพัก ห้องอาหาร และห้องประชุมสัมมนา
  • ประเภท 4 มีครบทุกอย่างรวมถึงสถานบริการอื่นๆ เป็นโรงแรมเต็มรูปแบบ

สำหรับเจ้าของที่พักขนาดเล็กถึงกลางแบบพวกเราที่ปาย เกือบทั้งหมดจะอยู่แค่ประเภท 1 หรือ 2 ซึ่งข้อดีคือมาตรฐานอาคารที่กฎหมายเรียกผ่อนปรนกว่าประเภท 3 และ 4 พอสมควร และรัฐก็ทยอยแก้กฎกระทรวงฝั่งควบคุมอาคารมาหลายรอบเพื่อให้โรงแรมเล็กเข้าระบบง่ายขึ้น

หมายเหตุ
เรื่องในบทนี้เป็นงานเอกสารที่ต้องทำก่อนเปิดขาย — พอเปิดขายจริงแล้วค่อยกลับมาดูเรื่องระบบจัดการห้องพักหลายช่องทาง

ขั้นตอนการขอใบอนุญาตโรงแรม ยื่นที่ไหน ใช้เวลาเท่าไหร่

ขั้นตอนจริงไม่ซับซ้อนเท่าที่คนกลัว แต่ต้องเตรียมของให้ครบก่อนไปยื่น ไม่งั้นจะโดนตีกลับให้วิ่งหลายรอบ เราสรุปเป็นลำดับตามที่หน้างานเจอจริง

1. เช็คอาคารก่อนเป็นอันดับแรก

นี่คือด่านที่หินที่สุดของการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม เพราะอาคารต้องถูกต้องตามกฎหมายควบคุมอาคาร และต้องใช้อาคารตรงประเภทที่ขออนุญาตก่อสร้างไว้ ถ้าอาคารเดิมสร้างเป็นบ้านอยู่อาศัยแล้วจะเอามาทำโรงแรม ต้องยื่นขอเปลี่ยนการใช้อาคารก่อน ประสบการณ์ตรงของเราคือ ถ้าเอกสารฝั่งอาคารเรียบร้อย ขั้นตอนที่เหลือจะไหลลื่น แต่ถ้าอาคารมีปัญหา ทุกอย่างจะค้างอยู่ตรงนี้เป็นเดือนหรือเป็นปี

2. ยื่นคำขอที่นายทะเบียนโรงแรม

ต่างจังหวัดยื่นที่ที่ว่าการอำเภอที่โรงแรมตั้งอยู่ ส่วนกรุงเทพฯ ยื่นที่สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ใช้แบบคำขอ ร.ร.1 พร้อมเอกสารแนบทั้งหมด จุดที่หลายคนไม่รู้คือผู้ขอต้องไปด้วยตัวเองเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจประวัติอาชญากรรม มอบอำนาจให้คนอื่นไปแทนทั้งหมดไม่ได้

3. เจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่

นายทะเบียนจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสถานที่จริง ดูว่าตรงกับแบบแปลน มีความปลอดภัย ทางหนีไฟ ถังดับเพลิง ตามเกณฑ์ประเภทโรงแรมที่ขอ ช่วงนี้แนะนำให้เจ้าของอยู่หน้างานเอง เพราะเจ้าหน้าที่มักมีคำแนะนำให้ปรับเล็กๆ น้อยๆ คุยกันตรงนั้นจบเร็วกว่ารอหนังสือแจ้ง

4. รับใบอนุญาต ร.ร.2

ผ่านครบทุกด่านแล้วจะได้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม หรือ ร.ร.2 มีอายุ 5 ปี ต้องต่ออายุก่อนหมด ถ้าลืมแล้วมาต่อภายใน 60 วันหลังหมดอายุ โดนค่าปรับเพิ่ม 20 เปอร์เซ็นต์ของค่าธรรมเนียมต่ออายุ แต่ถ้าเลย 60 วันไปแล้ว ต้องเริ่มขอใหม่ทั้งกระบวนการ อันนี้เจ็บจริง ตั้งเตือนในปฏิทินไว้เลย

เอกสารและค่าธรรมเนียม เตรียมเงินเท่าไหร่

เอกสารขอใบอนุญาตโรงแรมชุดหลักที่ต้องเตรียม มีดังนี้

  • แบบคำขอ ร.ร.1
  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขอ กรณีนิติบุคคลเพิ่มหนังสือรับรองบริษัทอายุไม่เกิน 3 เดือน
  • เอกสารสิทธิ์ในที่ดิน หรือหนังสือแสดงสิทธิ์การใช้ที่ดิน เช่น สัญญาเช่า
  • แบบแปลนแผนผังอาคาร ที่มีวิศวกรและสถาปนิกลงชื่อรับรอง
  • ใบอนุญาตก่อสร้างหรือใบรับรองการใช้อาคาร กรณีอยู่ในเขตบังคับ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร
  • แผนที่ตั้งโดยสังเขป และภาพถ่ายอาคารกรณีดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้
  • รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA หรือ IEE เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนด

ส่วนค่าธรรมเนียมแยกตามประเภทโรงแรม ตามตารางนี้

ประเภทโรงแรมค่าธรรมเนียมใบอนุญาตค่าต่ออายุ
ประเภท 1 (ห้องพักอย่างเดียว)10,000 บาท5,000 บาท
ประเภท 2 (ห้องพัก + ห้องอาหาร)20,000 บาท10,000 บาท
ประเภท 3 (+ ห้องประชุมสัมมนา)30,000 บาท15,000 บาท
ประเภท 4 (ครบทุกบริการ)40,000 บาท20,000 บาท

นอกจากค่าใบอนุญาตแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมประกอบธุรกิจโรงแรมรายปีอีกห้องละ 40 บาทต่อปี อันนี้จ่ายทุกปีไม่ใช่ทุก 5 ปี ตัวเลขไม่เยอะแต่อย่าลืม เพราะค้างจ่ายแล้วเป็นเรื่อง

อีกเรื่องที่อยากเตือนจากหน้างานคือ ค่าธรรมเนียมราชการเป็นแค่ส่วนเดียวของต้นทุนจริง ต้นทุนก้อนที่ใหญ่กว่ามักเป็นค่าจ้างวิศวกรกับสถาปนิกเซ็นรับรองแบบแปลน ค่าปรับปรุงอาคารให้ผ่านเกณฑ์ความปลอดภัย เช่น ระบบสัญญาณเตือนไฟไหม้ ถังดับเพลิง ป้ายทางหนีไฟ และค่าเสียเวลาช่วงที่เอกสารยังไม่ครบ ตัวเลขพวกนี้ต่างกันมากตามสภาพอาคารแต่ละหลัง ที่พักที่สร้างใหม่ตามแบบที่ถูกต้องตั้งแต่แรกแทบไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ส่วนอาคารเก่าที่ดัดแปลงมา เผื่องบไว้ก่อนเลย ถ้าคุณกำลังจะสร้างที่พักใหม่และมีแผนขยายเกิน 8 ห้องในอนาคต คุยกับสถาปนิกเรื่องเกณฑ์อาคารโรงแรมตั้งแต่วันแรกจะประหยัดที่สุด

ไม่มีใบอนุญาตโรงแรม เสี่ยงอะไรบ้าง

ตรงนี้อยากให้อ่านช้าๆ เพราะโทษหนักกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด การเปิดที่พักรายวันโดยไม่มีใบอนุญาตและไม่ได้แจ้งเป็นสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม ผิดมาตรา 15 มีโทษตามมาตรา 59 ของ พ.ร.บ.โรงแรม คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โทษที่เจ็บจริงคือค่าปรับรายวัน สูงสุดวันละ 10,000 บาท นับต่อเนื่องทุกวันที่ยังฝ่าฝืน เปิดต่อโดยไม่แก้ไข 1 เดือน ค่าปรับส่วนนี้อาจพุ่งได้ถึงหลักแสน

และความเสี่ยงไม่ได้จบแค่ พ.ร.บ.โรงแรม ยังมีกฎหมายข้างเคียงที่มักโดนพ่วงมาด้วย

  • พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ถ้าใช้อาคารผิดประเภทจากที่ขออนุญาตไว้ เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งระงับการใช้อาคารได้ และมีโทษอาญาแยกอีกกระทง
  • กรณีเอาห้องชุดคอนโดมาปล่อยรายวัน ผิด พ.ร.บ.อาคารชุดเพิ่มอีก มีโทษปรับและปรับรายวันต่างหาก
  • รับแขกต่างชาติแล้วไม่แจ้งที่พักตาม ตม.30 ผิดกฎหมายคนเข้าเมืองอีกฉบับ อ่านวิธีจัดการแบบไม่ปวดหัวได้ที่บริการ แจ้ง TM30 อัตโนมัติ ของเรา

อีกความเสี่ยงที่ไม่ใช่ค่าปรับแต่กระทบรายได้ตรงๆ คือฝั่งแพลตฟอร์ม ช่วงหลัง OTA ใหญ่ๆ เริ่มขอเอกสารใบอนุญาตหรือหนังสือรับแจ้งจากที่พักในไทยมากขึ้น ที่พักที่เอกสารไม่พร้อมเสี่ยงโดนระงับลิสติ้งได้ทุกเมื่อ ลองนึกภาพว่ารายได้ทั้งหมดมาจาก Booking แล้ววันหนึ่งลิสติ้งหายไป นั่นหนักกว่าค่าปรับอีก

ที่พักเล็กมีทางลัดที่ถูกกฎหมาย ไม่ต้องขอใบอนุญาตเต็ม

ข่าวดีสำหรับที่พักขนาดเล็กคือ ตั้งแต่ปลายปี 2566 กฎกระทรวงฉบับใหม่ขยายเกณฑ์สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมจากเดิม 4 ห้อง 20 คน เป็นไม่เกิน 8 ห้อง และรับผู้พักไม่เกิน 30 คน ที่พักที่เข้าเกณฑ์นี้ไม่ต้องขอใบอนุญาตโรงแรมเลย แค่ไปแจ้งนายทะเบียนที่อำเภอ ได้หนังสือรับแจ้งมาถือไว้ ก็เปิดรับแขกรายวันได้ถูกกฎหมาย และไม่มีค่าธรรมเนียมด้วย

ทีมเราเองก็ผ่านกระบวนการแจ้งแบบนี้กับที่พักที่ปายมาแล้ว บอกเลยว่าง่ายกว่าขอใบอนุญาตเต็มรูปแบบมาก เหมาะกับโฮมสเตย์ บ้านพักไม่กี่หลัง หรือเกสต์เฮาส์เล็กๆ เราเขียนแยกไว้ละเอียดทั้งเกณฑ์ เอกสาร และขั้นตอนจริงในบทความ จดทะเบียนที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม ทางรอดของที่พักเล็ก ถ้าที่พักคุณไม่เกิน 8 ห้อง ไปอ่านต่อบทนั้นได้เลย

สรุปจากหน้างาน ทำให้ถูกตั้งแต่แรกถูกกว่าเสมอ

ถ้าให้สรุปจากประสบการณ์ดูแลที่พัก 6 แห่ง เราจะบอกแบบนี้ ที่พักเกิน 8 ห้องหรือรับแขกเกิน 30 คน เดินเส้นขอใบอนุญาตโรงแรม เริ่มจากเคลียร์เอกสารอาคารก่อนเป็นอันดับแรก ที่พักเล็กกว่านั้นใช้เส้นทางแจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม เร็วกว่า ถูกกว่า และถูกกฎหมายเหมือนกัน ส่วนใครที่เปิดรับแขกอยู่แล้วแต่ยังไม่มีเอกสารอะไรเลย อย่ารอให้เจ้าหน้าที่มาเคาะประตูก่อน เพราะค่าปรับรายวันมันเดินไม่หยุด

เช็คลิสต์สั้นๆ ก่อนไปอำเภอ นับจำนวนห้องพักและผู้พักสูงสุดให้ชัดว่าอยู่ฝั่งไหนของเส้น 8 ห้อง 30 คน เช็คสถานะอาคารว่าใบอนุญาตก่อสร้างระบุการใช้งานแบบไหน รวบรวมเอกสารสิทธิ์ที่ดินหรือสัญญาเช่าให้พร้อม แล้วโทรหาอำเภอถามรายการเอกสารเฉพาะพื้นที่ก่อนหนึ่งสาย ห้าขั้นนี้ช่วยตัดรอบวิ่งเอกสารซ้ำได้เกินครึ่ง

พอเอกสารเรียบร้อยแล้ว เกมถัดไปคือทำให้ที่พักขายได้จริง ลิสติ้งติดหน้าแรก มีรีวิวดี ราคาแข่งได้ เรารวมวิธีที่ใช้กับที่พักตัวเองไว้ในบริการ ดัน Booking ให้ติดอันดับ และถ้าอยากเริ่มจากภาพรวมธุรกิจก่อน อ่าน คู่มือเปิดโรงแรมและที่พักฉบับเริ่มต้น ต่อได้

ตัวบทกฎหมายและคู่มือราชการฉบับเต็ม ดูได้ที่คู่มือการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมของกรมการปกครอง ข้อมูลในบทความนี้อัปเดต ณ กรกฎาคม 2026 กฎกระทรวงและค่าธรรมเนียมมีการปรับปรุงเป็นระยะ ก่อนยื่นจริงแนะนำเช็คกับอำเภอหรือกรมการปกครองอีกครั้ง

อ่านมาถึงตรงนี้ เรื่องใบอนุญาตโรงแรมของที่พักคุณ จัดการครบทุกข้อแล้วหรือยัง?

สำหรับมาตรฐานที่พักและข้อมูลฝั่งการท่องเที่ยว ดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

หมายเหตุ ตัวเลขค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ กรกฎาคม 2026 ผลลัพธ์จริงขึ้นอยู่กับสภาพของที่พักและดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่แต่ละพื้นที่ โปรดตรวจสอบระเบียบล่าสุดกับหน่วยงานโดยตรง เรื่องเฉพาะทางควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย
ที่พักกี่ห้องถึงต้องขอใบอนุญาตโรงแรม
ถ้าห้องพักรวมกันเกิน 8 ห้อง หรือรับผู้พักรวมกันเกิน 30 คน ต้องขอใบอนุญาตโรงแรมเต็มรูปแบบ ถ้าไม่เกินเกณฑ์นี้ใช้วิธีแจ้งเป็นสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมที่อำเภอแทนได้ ไม่มีค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตโรงแรมเท่าไหร่
ประเภท 1 จำนวน 10,000 บาท ประเภท 2 จำนวน 20,000 บาท ประเภท 3 จำนวน 30,000 บาท ประเภท 4 จำนวน 40,000 บาท ใบอนุญาตมีอายุ 5 ปี ค่าต่ออายุครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมแรก และมีค่าธรรมเนียมรายปีอีกห้องละ 40 บาท
ขอใบอนุญาตโรงแรมยื่นที่ไหน
ต่างจังหวัดยื่นที่ที่ว่าการอำเภอที่โรงแรมตั้งอยู่ กรุงเทพฯ ยื่นที่สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง โดยผู้ขอต้องไปด้วยตัวเองเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจประวัติอาชญากรรม
เปิดที่พักโดยไม่มีใบอนุญาตโรงแรม โทษอะไรบ้าง
ผิดมาตรา 15 โทษตามมาตรา 59 พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวันอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
บ้านที่สร้างเป็นที่อยู่อาศัย เอามาทำโรงแรมได้ไหม
ได้ แต่ต้องขอเปลี่ยนการใช้อาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารก่อน เพราะการใช้อาคารผิดประเภทจากที่ขออนุญาตก่อสร้างมีโทษแยกต่างหาก และเป็นด่านแรกที่นายทะเบียนตรวจตอนขอใบอนุญาตโรงแรม
อยากเห็นระบบที่ว่าทั้งหมดนี้ของจริง
ลองเดินดูระบบจริงในโหมดอ่านอย่างเดียว ไม่ต้องกรอกอะไรทั้งนั้น

อ่านต่อ

© 2026 Prime Host Partners
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขการให้บริการ